วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

กิจกรรมวันสงกรานต์

ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา (วันที่ 11-16 เมษายน 2554) ได้ทำกิจกรรมกับครอบครัวหลายอย่างค่ะ เอามาฝากพี่ๆเพื่อนๆที่เข้ามาเยื่ยมบล็อกค่ะ ก็เริ่มจากพี่สาวโทรมาบอกว่าจะรดน้ำ พ่อกับแม่ เพื่อรับพรเพื่อเป็นสิริมงคล และก็นัดเจอกันเนื่องจากไม่เจอกันนานอยู่กันคนละจังหวัด คนละหมู่บ้าน มาพร้อมกันในวันที่ 15 เมษายน เลยเตรียมกับข้าวกับปลาไว้รอรับพวกพี่ๆค่ะ มาดูบรรยากาศวันนั้นกันค่ะ

ตามประสาคนบ้านนอกนะ ถังน้ำพร้อมน้ำหอมใส่น้ำ เตรียมอาบน้ำขอพร

ได้เวลารดน้ำขอพรแล้วค่ะ

รับพรกันไป...

ดูท่าทางมีความสุข

มีความสุขกันทั่วทุกคน

แข็งแรงๆนะแม่...

พ่อก็แข็งแรงนะคับ..

สดชื่นดีจังนะค่ะคุณตา..

คำอวยพรจากพ่อและจากแม่ ขอให้ลูกหลานทุกคนแข็งแรง มีความสุข อย่าได้เจ็บได้ไข้ อย่าได้มีโรคภัย มีเงินมีทองใช้ตลอดปี ขอให้โชคดีทั่วกันทุกคน เป็นพรที่ลูกหลานชื่นชอบกันค่ะ โดยเฉพาะเรื่องมีเงินใช้ตลอดปีนี่แหล่ะสำคัญ หลังจากได้รับพรแล้วก็พากันไปกินขนมจีนน้ำยา จากร้านในหมู่บ้านไม่รู้ว่าจะถูกปากหรือเปล่า แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรได้รองท้องก่อน พี่ชายก็เข้าครัวจัดการกับไก่ของพ่อหนึ่งตัว ต้มน้ำปลา ก็อร่อยดีค่ะ สนุกสนานตามประสาคนบ้านเฮา....หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำภาระกิจของครอบครัว...เป็นอันจบพิธี..
.....................................................................................

มาถึงวันที่ 16 เมษายน 2554
วันนี้ต้องไปแก้บนที่โรงพยาบาลสระแก้ว บนไว้ตั้งแต่แม่ป่วยแล้วขอให้แม่แข็งแรง ปลอดภัย และตอนนี้แม่ก็แข็งแรงมาก ดีขึ้นมาก เหลืออย่างเดียวคือ พูดยังไม่มีเสียงออกมา หมอบอกต้องใช้เวลา ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่เหมือนกัน ก็ต้อง สู้ๆนะค่ะแม่..ตื่นแต่เช้าค่ะ เตรียมหัวหมูไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้ว นึ่งเรียบร้อย มีพวงมาลัยดอกมะลิด้วย พร้อมออกเดินทาง ไปถึงก็ทำพิธีเตรียมถาด เตรียมโต๊ะวางหัวหมูมาด้วยค่ะ แล้วก็จุดธูป อธิฐานทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ขอท่านไว้นำมาถวายแล้ว อธิฐานบอกกล่าวแล้วก็รอจนธูปหมดก็เก็บสำรับจะกลับบ้าน....กำลังเดินทางกลับแล้ว..ไอ้ตัวเล็กสองคนบนว่าไม่เห็นพาไปเที่ยวไหนเลย..ก็ไม่รู้จะไปไหน เอ๊ะ..เห็นป้ายพอดี ทางไปน้ำตกปางสีดา ก็เลยเลี้ยวควับเลย สรุปพาไปเที่ยวปางสีดากัน ระยะทางไม่ไกลจากตัวเมื่องสระแก้วเท่าไร..ไปถึงบรรยากาศตอนเข้าอุทยานเย็นดีเหมือนกันค่ะ เพราะช่วงทางเข้าก่อนถึงอุทยานร้อนม๊ากๆๆ ต้องไปทำเรื่องที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แจ้งจำนวนคนที่จะขึ้นไปบนอุทยาน ตอนเข้าเริ่มมีผีเสื้อบนรอบๆ เยอะเหมือนกัน ..

ผีเสื้อตัวน้อยๆ ของปางสีดา

ถามศูนย์นักท่องเที่ยวว่าอุทยานมีที่ไหนเที่ยวได้บ้าง พี่ๆเค้าบอกว่ามีลานผีเสื้อ และก็จุดชมวิวซึ่งต้องเดินทางไปขึ้นไปบนเขาเป็นระยะทางอีก 25 กิโลเมตร นึกตอนแรก โฮ้! ทำไมมันไกลจัง เอาไงดีเนี่ย แต่ไหนๆก็มาแล้ว ถามแม่ว่าไปไหม แกบอกว่าตามใจ งั้นลุย!! ขับรถไปเรื่อยๆ สักระยะหนึ่งทางลาดยางที่มีอยู่เริ่มหมดแล้ว เป็นทางลูกรังแดงแต่ถนนก็ใช้ได้ คิดดูเองนะค่ะ ระยะทาง 25 กิโลเมตร ว่านานเท่าไหร่ ก็นะ..สองข้างทางป่าค่ะป่า ตื่นเต้นๆ มองไปบนพื้นถนนข้างหน้า ขี้ช้างเต็มไปหมดเลยค่ะ แถมป่าข้างทางมีร่องรอยการกัดกินและก็คงเป็นทางเดินของท่านช้างไปในตัว ภายในใจนะเริ่มรู้สึกว่า จะถึงจุดชมวิวไหมเนี่ย มีรถคันเดียวที่วิ่ง พอไปได้สักครึ่งทาง เริ่มเห็นรถสวนลงมา พออุ่นใจขึ้นมาหน่อย ไปอีกสักระยะก็มีบ้านพักบนเขา สำหรับคนไปกางเต็นท์นอนดูสัตว์และส่องสัตว์ตอนกลางคืน และแล้วในที่สุดก็มาถึงค่ะ จุดชมวิว บนยอดเขาในอุทยานปางสีดา

วิวสวยๆ ของจุดชมวิว

วิวภูเขา..ไกลสุดลูกตา

วิวสวย กะคู่พี่น้องสุดแสบ

บรรยากาศรอบๆจุดชมวิว


รั้วรอบบริเวณจุดชมวิว

ผืนป่า..ปางสีดา

ได้รับบรรยากาศบนยอดเขาพอหอมปากหอมคอแล้ว ก็ถึงเวลากลับค่ะ ตอนนี้เริ่มหิว ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง หิวจังๆ ตอนลงมาเร็วกว่าตอนขึ้นอีก ได้มานั่งกินข้าวหน้าปากทางเข้าอุทยานปางสีดาค่ะ กินเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้าน เดี๋ยวถึงบ้านเย็นมากไม่ดีค่ะ วันนี้ไว้แค่นี้ก่อนนะค่ะ เอาไว้มีอะไรเพิ่มจะมาอัพลงเรื่อยๆค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

ยาบำรุงกำลังไก่

   เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา กลับไปที่บ้านพ่อ บังเอิญมากเห็นพ่อกำลังทำอะไรบางอย่าง หาฟืนก่อไฟ มองไปเห็นว่าในถุงหิ้ว มีงูหนึ่งตัว ถามพ่อว่างูอะไร พ่อว่างูสิง ถามต่อกับพ่อว่า เอามาทำอะไร บาปกรรม พ่อเล่าว่า เอามาทำยาบำรุงกำลังไก่ เรื่องของเรื่อง ที่บ้านพ่อเลี้ยงไก่ชน เป็นอะไรที่พ่อชอบมาก เลี้ยงมาหลายรุ่นแล้ว ไว้วันหลังจะเอารูปมาลงให้ดูกันว่าไก่พ่อสวยงามขนาดไหน ที่แน่ๆ ตอนนี้แกเลี้ยงไว้ประมาณ 5 ตัว มีคนแวะเวียนมาบ้านบ่อยๆ เค้าเรียกว่า "สาขา" ของพ่อแหล่ะ มีตั้งแต่รุ่นหนุ่ม จนถึงรุ่นเดียวกับพ่อ แก่กว่าพ่อก็มี แต่ที่เราเห็นก็จะเป็นรุ่นหลานๆ พ่อแล้วแหล่ะ แปลกดี เด็กวัยรุ่นบ้านนอกสมัยนี้ ทำไม๊ ชอบไก่ชน ทีนี้มาดูวิธีการของพ่อกันว่า พ่อทำยาบำรุงไก่ยังไง

ขั้นแรกเลย ก่อไฟ เอางูมาเผา

เผาแล้วก็เผา

เผาไปเรื่อยๆ

เผาจนเกรียมทั้งตัว

เผา เผา เผา

สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็น

เราถามพ่อว่า งูที่เผา เอามาจากไหน พ่อบอกว่าซื้อมาจากเด็กแถวๆบ้าน ตัวล่ะ 5 บาท มันก็ขยันหามานะ เด็กที่หามาให้ อายุประมาณ 10-11 ขวบ ชื่อไอ้ออม กะไอ้โก้ หาของพวกนี้เก่ง ก็อยู่บ้านนอกนี่นะ ธรรมชาติพาไป มาดูวิธีการทำยาบำรุงกำลังไก่ ต่อกันดีกว่า พอได้งูที่เผาไฟเสร็จแล้ว ก็เอางูที่เผาเสร็จมาขูดเกล็ดออกให้หมด แล้วก็ทำการตัดเป็นท่อนๆ แล้วนำมาสับให้ละเอียดเหมือนสับหมูนั่นแหล่ะ เสร็จแล้ว เอามาตำใส่พริกไทย กระเทียม  หลังจากนั้นก็ปั้นเป็นก้อนกลมๆ เล็กๆ ขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วเหลือง บางคนคงเคยเห็นยาลูกกลอน ขนาดเท่านั้นเลยค่ะ ปั้นเสร็จก็เอานำไปใส่กระด้ง ไปตากแดด แดดเดียวนะ แล้วก็เอามาชุบน้ำผึ้ง ตอนที่จะเอาให้ไก่กิน  รับรองเลยว่า ไก่ของคุณจะทนชนเก่ง ไม่ออกกลางยก ไม่เลิกกลางคัน แน่นอน (อันนี้ไม่ได้โม้) จริงๆแล้ว อยากเอารูปมาฝากให้ครบขั้นตอนพอดีว่า เราไม่มีเวลารอดูพ่อจนขั้นตอนสุดท้าย ถ้ามีรูปอีกเมื่อไหร่จะเอามาลงให้ดูอีกรอบนะค่ะ ต้องพาแม่เดินทางไกล ไป กทม. หาหมอที่ศิริราช พูดแล้วก็เสียดายจัง...ไว้ครั้งหน้าแล้วกันค้า...แต่ไม่ใช่ให้ไก่กินแต่ยาบำรุงอย่างเดียวนะ จะต้องมีขั้นตอนปรนนิบัติไก่ ประคบประหงม กันอีกหลายขั้นตอน แล้วจะเอามาเล่าต่อให้ฟังครั้งหน้า ต้องไปสัมภาษณ์ ท่านพ่อก่อน ....บทความนี้สำหรับคนรักไก่ชนค่ะ ไว้มาติดตามกันนะค่ะ..

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

มะพร้าวน้ำหอม กับสระน้ำใหม่

มะพร้าวที่พ่อปลูกไว้ ตอนนี้กำลังโต

เมื่อครั้งที่แล้ว ลงเรื่องควายของพ่อที่ไปซื้อมาใหม่ ครั้งนี้จะเอาเรื่องมะพร้าวน้ำหอมที่ปลูก กับสระน้ำที่พึ่งจะขุดเมื่อปีที่แล้วมาให้ดูกันนะค่ะ ตอนนั้นซื้อมะพร้าวน้ำหอมที่ตัวอำเภอมา กะว่าจะมาปลูกคิดว่าปลูกทิ้งๆไว้เท่านั้น ไม่ได้คิดว่าจะใส่ใจอะไร แต่ลงดินแล้ว เห็นต้นมันเหลืองๆ ไม่ได้น้ำก็อดสงสารมันไม่ได้ ต้องหาคนมารดน้ำให้มัน เป็นเพราะว่าสงสารมันกลัวมันตาย รดได้สักอาทิตย์ เชื่อไหม มันเขียวขึ้นมาทันตาเห็นเลยเชียว ไม่เสียแรงจ้างคนรดน้ำนะเนี่ย แต่ดูๆไป มันก็ยังไม่ค่อยจะโตเท่าไหร่ ปลูกตั้งกะเดือน สิงหาคม ปีที่แล้ว เราไม่ได้ปลูกเองนะ พ่อปลูก ขุดดิน พ่อทั้งนั้น ก็จะไปปลูกแล้ว พ่อบอกว่ารอไม่ไหวเดี๋ยวต้นมะพร้าวตายก่อนลงดิน เราต้องทำงานนี่นะ ทำไงได้ ไปซื้อมาแต่ไม่ได้ปลูก.. ฮ่าๆ สรุปแล้วก็ฝีมือ พ่อทั้งน้านเล๊ย

ต้นเท่านี้แหล่ะ ยังไม่โตเท่าไหร่

ที่มองเห็นไกลๆ โน้น ก็เป็นสระน้ำใหม่ แม่หาต้นกล้วยมาปลูก มองเห็นต้นกล้วยไกลๆ นั่นแหล่ะ แม่ไปเอาพันธุ์กล้วยน้ำหว้าต้นเตี้ยมาปลูก แม่บอกว่า ไปขอเค้ามา กว่าเค้าจะให้ เกือบแย่ ได้มาสองต้น ตอนนี้กำลังโต รอบๆสระน้ำ ก็ปลูกตะไคร้ ข่า พ่อไปเอาต้นมะข่า กะ ต้นอะไรไม่รู้ลืมถาม กลับบ้านครั้งหน้าจะไปถามพ่อแล้วกัน ปลูกไว้รอบๆ สระ พ่อบอกกว่าปลูกไว้ให้ลูกๆหลานๆดู

ต้นนี้โตกว่าต้นอื่น

ตอนแรกที่ซื้อพันธุ์มะพร้าวมา เค้าบอกชื่อพันธุ์เหมือนกัน แต่ดันลืมไปแล้ว  เหตุที่ปลูกต้นมะพร้าวน้ำหอมเพราะว่า คนที่บ้านชอบกินน้ำมะพร้าวทุกคน ไปซื้อมาทีไร แย่งกันกินทุกที ตอนนี้เราก็สั่งพันธุ์มะพร้าวกะทิมาอีก สั่งเค้ามา 10 ต้น ยังไม่ได้ของเลย ต้องรอเพาะก่อน แต่พ่อกะแม่ไม่ค่อยสนับสนุนการปลูกเท่าไหร่บอกว่ามันกินไม่อร่อย เลยไม่อยากให้ปลูก แต่เราก็ไปสั่งเค้าแล้ว ได้ลงดินเมื่อไหร่จะเอามาให้ดูกันแล้วกันเนอะ

แปลงสะระแหน่ ของพ่อ

นอกจากมีมะพร้าวแล้ว รอบๆบ้านของเรา ยังมีพืชผักอื่นๆ อีกหลายอย่าง ดูเอาแล้วกันเนอะ

พลู ของแม่ แม่หวงสุดๆ

ต้นนุ่น (ต้นงิ้ว) ข้างสระ

ไก่ต๊อกของพ่อ 3 ตัว

ต้นมะขามเทศข้างบ้าน กำลังโต

ต้นจันทร์แดง เอามาจากพ่อใหญ่เป้ย ที่บ้านพ่อใหญ่ปลูกเพียบ

บ้านพ่อใหญ่เป้ย ทางไปซับตารี อยู่แถวโป่งน้ำร้อน จันทบุรี ญาติของพ่อ ปลูกจันทร์แดง จันทร์ผาไว้เพียบเลย เค้าบอกว่าปลูกไว้ขาย ตอนนั้นไปบ้านเค้าไปขอเค้ามา ไม่ได้ซื้อหรอก เค้าบอกว่าต้นหนึ่งหลายตังค์มากเลย ไม่อยากถามราคา ใครอยากรู้ลองถามร้านขายต้นไม้ดูเองนะค่ะ วันนี้แค่นี้ก่อน ครั้งหน้าจะเอารูปมาลงใหม่ คอยติดตามนะค่ะ.........

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554

นาเกษตรของเรา ณ.ตอนนี้

นาของพ่อ โล่ง หญ้าขึ้นพอประมาณ
หลังเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว ที่นาก็เป็นโล่งๆ อย่างที่เห็น ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร พ่อนั่งๆ นอนๆ ไม่ได้ทำอะไรหลังจากที่ขายควายไป 3 ตัวแล้ว เพราะมีเหตุจำเป็นแม่ป่วยต้องเอาเวลามาคอยดูแลแม่ แต่ตอนนี้แม่ดีขึ้นมาก ทำอะไรได้ไม่เหนื่อยเหมือนเมื่อก่อน พ่อก็เลยเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง อยู่เฉยไม่เป็น ทำเอาคนที่บ้านปั่นป่วน นึกไปนึกมาก็เลยโทรมาบอกว่าจะไปซื้อควายมาเลี้ยงอีก แกบอกว่าดีกว่าอยู่เฉยๆ ก็เลยต้องตามใจแก อย่างว่าคนมันเหงานี่นา

กำลังเอาควายที่ไปซื้อมาลงจากรถ

มีเพื่อนบ้านมาคอยสังเกตุการณ์ด้วย

หญ้าที่ขึ้นรอบๆ บ้านกำลังเขียวสวย

พ่อบอกว่าถ้าไม่ซื้อควายมาเลี้ยง พ่อเหมือนไม่มีอะไรทำ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่รู้แกคิดไปเองหรือเปล่า แต่ก็ตามใจแกแหล่ะ เดี๋ยวแกงอน ครั้งแรก ได้มา 3 ตัว เป็นควาย แม่กะลูกเล็กๆ แล้วก็มีไอ้ตัวเล็กอีกตัว พ่อบอกว่าคนที่เอามาขายที่ตลาดควายเป็นคอกเดียวกัน ก็เลยซื้อมาพร้อมกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องดูแลมาก มันไปไหนก็ไปด้วยกัน ถ้ามาต่างที่ คงจะเข้ากันยากเหมือนกัน กว่าจะปรับตัวเข้ากันได้ มาถึงหาเชือกมาผูกที่คอ แล้วก็ปล่อยให้ไปหาหญ้ากินรอบๆบ้าน หญ้ารอบๆบ้านได้ฝนใหม่ๆ กำลังขึ้นเขียวเต็มไปหมดนี่คงเป็นอีกสาเหตุที่พ่ออยากได้ควายมาเลี้ยง แกบอกว่า เสียดายหญ้า

ดูแล้วผอมๆ อยู่อีกเดี๋ยวคงอ้วนน่าดู

               ลงมาแล้ว ลงมาก็ตรงดิ่งไปหาหญ้า สงสัยกำลังหิว กินแบบไม่มองใครเลย คนถ่ายก็กลัว มาถ่ายซะไกลมองไม่เห็นควาย หญ้าเยอะมาก ควายคงชอบ กะว่าจะตั้งชื่อให้สักหน่อย แต่ยังไม่ได้คิดเลย ต้องคิดแต่ก็ต้องถามพ่อก่อนว่าชอบหรือเปล่า เดี๋ยวไม่ชอบไม่ยอมอีก



ลงมาแล้วก็กินๆๆๆ ไม่ยอมเงยหน้าเลย

ไว้แค่นี้ก่อนแล้วจะลงเรื่องวิวัฒนการมะพร้าว ครั้งหน้า มาติดตามกันนะค่ะ........

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

เฉลยข้อสอบ มสธ.กิจกรรมประจำชุดวิชา สารสนเทศและการวิจัยทางธุรกิจการเกษตร

กิจกรรมของวิชา สารสนเทศและการวิจัยทางธุรกิจการเกษตร (ดูเป็นแนวคำตอบนะค่ะ ไม่ทราบว่าถูกหรือเปล่า แต่อาจารย์บอกว่า เราได้ 15 คะแนน จาก 20 คะแนน)

ข้อที่ 1.
1.1 สารสนเทศทางธุรกิจการเกษตร หมายถึง (3 คะแนน)

ตอบ  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่อยู่ในรูปแบบต่างๆ คือ ตัวเลข ตัวอักษร ภาพ หรือ เสียง ทั้งที่เป็นข้อมูลดิบและข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์ หรือประมวลเพื่อให้ได้สารสนเทศในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ตรงตามความต้องการของผู้ใช้

1.2 การได้มาของสารสนเทศทางธุรกิจการเกษตรมีกี่วิธี อะไรบ้าง (3 คะแนน)
ตอบ  มี 4 วิธี 1. การตรวจสอบจากแหล่งสารสนเทศที่ตนมีอยู่ 2. การสอบถามบุคคลหรือผู้รู้ 3. การใช้บริการจากหน่วยงานที่ให้บริการสารสนเทศ 4. การวิจัย

1.3 เกณฑ์ในการประเมินผลการค้นสารสนเทศมีอะไรบ้าง จงอธิบายพอสังเขป (4 คะแนน)
ตอบ  เกณฑ์ในการประเมินผลการค้นสารสนเทศที่สำคัญ ได้แก่
-ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนและผู้รับผิดชอบ
-ความทันสมัย
-รูปแบบ
-คุณภาพของสารสนเทศหรือเนื้อหาที่นำเสนอ
-ค่าใช้จ่าย ทั้งในการค้น และการเข้าถึงเอกสารต้นฉบับ

ข้อ 2.
ขั้นตอนการวิจัยมีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง ให้อธิบายให้ครบทุกขั้นตอน (10 คะแนน)
ตอบ  ขั้นตอนการวิจัยมี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกเป็นขั้นตอนการคิด เริ่มจากต้องกำหนดวัตถุประสงค์หรือคำตอบว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นจึงเลือกวิธีวิเคราะห์ที่เหมาะสมสำหรับ แต่ละวัตถุประสงค์ที่ต้องการ วิธีวิเคราะห์ที่เลือกจะเป็นตัวกำหนดข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ ในการวิเคราะห์สำหรับแต่ละวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ขั้นตอนที่ 2 คือ เก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการวิเคราะห์สำหรับแต่ละวัตถุประสงค์ หลังจากนั้นนำข้อมูลข้างต้นมาทำการวิเคราะห์ด้วยวิธีที่กำหนดไว้ในแต่ละวัตถุประสงค์ และผลการวิเคราะห์คือ คำตอบสำหรับแต่ละวัตถุประสงค์ที่ผู้วิจัยต้องการ

ข้อ 3.
ให้นักศึกษาหาข้อมูล ราคาสินค้าเกษตร ชนิดหนึ่งจากรายงานของหน่วยงานต่างๆ หรือจากทาง Internet เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ โดยเป็นข้อมูลรายเดือน รวม 12 เดือน ตั้งแต่ มกราคม-ธันวาคม ของปี 2550 หรือปี 2551 หรือปี 2552 แล้วถ่ายสำเนาเอกสาร 1 ชุด ส่งมาด้วยพร้อมทั้งบอกแหล่งที่มาของข้อมูล ( 5 คะแนน)

ตอบ  เราไปเอาข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการเกษตร
ราคาขายปลีกสินค้าเกษตร กล้วยหอมทอง ใหญ่ (ผล) เรานำเอาข้อมูลของปี 2552 โดยมีรายละเอียดเป็นราคากล้วยหอมทอง แบ่งออกเป็นเดือน ตั้งแต่เดือน มกรา-ธันวา 52

มกรา -  กุมภา  -  มีนา  - เมษา  -  พฤษภา  - มิถุนา  -  กรกฏา  - สิงหา  - กันยา -  ตุลา  -  พ.ย  - ธ.ค   -- เฉลี่ย--
3.95      3.42        2.57     2.50         2.50        2.50        2.50        2.50       4.58      3.57     3.25   3.25       3.11 


<><><>
<><><>
<><><>
ข้อ 4.
จากข้อมูลในข้อ 3. ให้คำนวณค่าต่างๆ คือ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่ามัธยฐาน ค่าความแปรปรวน ค่าส่วนเบี่ยง
เบนมาตราฐานและค่าสัมประสิทธิ์ของความแปรผัน ของ ข้อมูลราคาสินค้าตัวอย่าง ดังกล่าว โดยให้อธิบาย
ขั้นตอนการคำนวณอย่างละเอียด (10 คะแนน)
ตอบ ข้อมูลราคาขายสินค้าเกษตร กล้วยหอมทองใหญ่ (ผล) ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ตั้งแต่เดือน
 ม.ค ถึง ธ.ค ปี 2552 ระยะเวลา 12 เดือน
ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์คือ 3.5,3.42,2.57,2.50,2.50,2.50,2.50,2.50,4.58,3.75,3.25,3.25
นำข้อมูลที่ได้แต่ละเดือนบวกกัน จะได้ คือ ตอบ  (ก) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต  = 37.27   บาท = 3.11 บาท



































ข้อ 5.
องค์ประกอบของข้อมูลอนุกรมเวลาประกอบด้วยความผันแปรกี่ชนิด อะไรบ้าง ให้อธิบายอย่างย่อๆ (10 คะแนน)

ตอบ  องค์ประกอบของข้อมูลอนุกรมเวลาประกอบด้วยความผันแปร 4 ชนิด คือ
1. ความผันแปรเนื่องจากแนวโน้มเป็นความผันแปรที่เกิดขึ้นตามปกติในช่วงระยะเวลานานๆโดยไม่มีอิทธิพล
ของความผันแปรชนิดอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้อง
2. ความผันแปรเนื่องจากฤดูกาล เป็นความผันแปรที่เกิดขึ้นแบบเดียวกันหรือคล้ายๆกันในแต่ละช่วงเวลาสั้นๆ
3. ความผันแปรจากวัฏจักร เป็นความผันแปรในระยะยาวที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงรอลเส้นแนวโน้ม โดยมีรูปแบบ
ของความผันแปรทำนองเดียวกันทุกๆช่วงเวลาที่นานพอสมควร
4. ความผันแปรเนื่องจากเหตุการณ์ผิดปกติ เป็นความผันแปรที่เกิดขึ้น นานๆครั้ง ซึ่งอาจจะเนื่องมาจาก
ภัยธรรมชาติ

ข้อ 6.
การเปิดตาราง (10 คะแนน)
จงหาค่าวิกฤตของ Z หรือ t สำหรับ
1) n = 20, a = 0.01 และทดสอบสมมติฐานด้านเดียว t0.005 = 2.8609
2) n = 50, a = 0.01 และทดสอบสมมติฐานด้านเดียว Z0.005 = 2.575
3) n = 75, a = 0.05 และทดสอบสมมติฐานด้านเดียว Z0.025 = 1.960
4) n = 15, a = 0.05 และทดสอบสมมติฐานสองด้าน t0.025 = 2.1448
5) n = 25, a = 0.10 และทดสอบสมมติฐานสองด้าน t0.05 = 1.7109
6) n = 60, a = 0.10 และทดสอบสมมติฐานสองด้าน Z0.05 = 1.645

จงหาค่าวิกฤต F
7) F .05 df = 8,25  = 2.34
8) F .10 df = 4,15 = 1.50

จงหาค่าวิกฤต x2 ที่
9) a = 0.01 และองศาความเป็นอิสระ = 12 ค่าวิกฤต x2  = x20.005,11 = 26.75
10) a = 0.05 และองศาความเป็นอิสระ = 20 ค่าวิกฤต x2 = x20.025,19 = 32.85

ข้อ 7.
7.1  การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ใช้วิเคราะห์อะไร (5 คะแนน)
ตอบ  ใช้วิเคราะห์สิ่งต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกันทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างยอดขาย
สินค้าของร้านค้ากับจำนวนลูกค้า

7.2  ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์มีค่าได้ตั้งแต่ค่าใดถึงค่าใด และมีความหมายอย่างไร (5 คะแนน)
ตอบ  ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์มีค่าได้ตั้งแต่ -1 ถึง +1 และมีความหมาย คือ เป็นค่าที่แสดงความสัมพันธ์
ระหว่างตัวแปรสองตัว โดยวิเคราะห์ว่าข้อมูลของตัวแปรเหล่านั้น มีความสัมพันธ์ระหว่างกันหรือไม่

ข้อ 8.
8.1 การทดสอบไคสแควร์ใช้วิเคราะห์อะไร และใช้กับข้อมูลประเภทใด (5 คะแนน)
ตอบ  การทดสอบไคสแควร์ใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรอยู่ในรูปความถี่จะใช้ไคสแควร์ใน
การทดสอบความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลหรือตัวแปร และใช้กับข้อมูลที่อยู่ในรูปความถี่่

8.2 ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ ถ้าค่าไคสแควร์ที่คำนวณได้มีค่ามากกว่าค่าไคสแควร์จากการเปิด
ตารางจะสรุปผลว่าอย่างไร (5 คะแนน)
ตอบ  ถ้าค่าไคสแควร์ที่คำนวณได้มีค่ามากกว่าค่าไคสแควร์จากการเปิดตาราง แสดงว่าค่าที่คำนวณ
ได้ตกอยู่ในบริเวณวิกฤตจะต้องปฏิเสธสมมติฐานว่างตัวแปรที่นำมาทดสอบไม่เป็นอิสระจากกันนั่นคือ
ตัวแปรมีความสัมพันธ์กัน

8.3 ในการเปิดตารางไคสแควร์จะต้องทราบค่าอะไรบ้างจึงจะเปิดตารางได้ (5 คะแนน)
ตอบ  การเปิดตารางไคสแควร์จะต้องทราบค่า ทางสถิติไคสแควร์จากตารางเพื่อกำหนดเขตวิกฤติจึงจะเปิด
ตารางได้










ข้อ 10.
บริษัทธุรกิจการเกษตรแห่งหนึ่งต้องการทดสอบความสามารถของพนักงานขาย 4 คน คือ สมชาย พรชัย วันดี
และ ดารา ว่าแตกต่างกันหรือไม่ และขณะเดียวกันก็ต้องการทราบความแตกต่างของยอดขายสินค้าที่พนักงาน
แต่ละคนขายได้ใน 3 จังหวัด คือ นครปฐม สระบุรี และชลบุรี จากการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนยอดขาย
 (พันบาท) ที่พนักงานทั้ง 4 คนขายได้ในจังหวัดต่างๆข้างต้นในรอบเดือนที่ผ่านมา แล้วนำมาวิเคราะห์ความ
แปรปรวนแบบจำนแนกสองทาง ผลการวิเคราะห์แสดงในตารางวิเคราะห์ความแปรปรวนต่อไปนี้

ตอบ


เราคงตอบผิดไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง ใครที่สามารถตอบได้หรืออ่านเจอช่วยบอกหน่อยนะค่ะจะได้แก้ไขให้ถูกต้องค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554

ปลูกตะไคร้ตัดใบจำหน่ายสร้างรายได้งาม

สวัสดีค่ะ สำหรับผู้ที่เข้ามาแวะบล็อกนี้นะค่ะ วันนี้ได้นำเอาบทความของนักวิชาการเกษตรผู้เชี่ยวชาญมาลงไว้สำหรับผู้ที่สนใจนะค่ะ ....
ปลูกตะไคร้ตัดใบจำหน่ายสร้างรายได้งาม
         ดิฉันมีโอกาสได้นำทีมข่าวของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นทิพย์เคเบิ้ลทีวี  ไปถ่ายทำสารคดีเกษตร  โดยไปหมู่ที่ 9 ตำบลหนองหลวง  อำเภอลานกระบือ จังหวัดแพงเพชร    ที่นี้มีการปลูกตะไคร้เกือบทุกครัวเรือน  การปลูกตะไคร้ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะปกติทุกบ้านปลูกตะไคร้ไว้กินและนำหัวไปจำหน่าย 
                                                                         
  แต่เกษตรกรหมู่ที่9 บ้านทรายทองปลูกตะไคร้เพื่อตัดใบไปจำหน่าย   บางครัวเรือนมีการปลูกตะไคร้ถึง 10  ไร่ซึ่งเกษตรกรจะไถพรวนและปลูกเหมือนกับการดำนา ปลูกแล้วปล่อยน้ำออก   และรดน้ำทุก 7 วัน ถ้าฝนไม่ตกปลูกระยะ 25 ซม.คูณ 50 ซม. ใน 1 ไร่ใช้ต้นพันธ์ประมาณ 400 กก.  เมื่ออายุ ได้ 3 เดือนจะสามารถเก็บเกี่ยวได้และตัดทุก 20 วัน  ตะไคร้สามารถมีอายุได้  2-3ปี  จึงจะไถทิ้ง แล้วแต่การดูแลรักษา  1 ไร่ตัด 1 ครั้งได้ใบตะไคร้สดประมาณ 1 -2 ตันนำมาหั่นและตากแห้งจำหน่ายกก.ละ 12.50 บาท  ตะไคร้แห้ง  1 ตันตากแห้งได้  250 กก.  เมื่อนำรายได้มาเปรียบเทียบกับการทำนาแล้วการปลูกตะไคร้จะมีรายได้ดีกว่าหลายเท่าตัว การปลูกตะไคร้เพื่อตัดใบจำหน่ายถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรขอเชิญท่านผู้อ่านร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ     
บทความจาก : คุณกิติกานต์  ศรีวิชัย
นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 7 ว
สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร