วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

ผักกระถางสวนครัวในบ้าน สุดยอด ประโยชน์

สวัสดีค่ะ ผู้เยี่ยมชมบล็อกของเรานะค่ะ วันนี้จะมาแนะนำวิธีการ
ปลูกผักในกระถาง สำหรับผู้ที่ไม่มีเนื้อที่ในการทำสวนครัวค่ะ เหตุเป็นเพราะคนส่วนใหญ่จะอยู่กันในเมืองและทำงานบริษัทกันเยอะค่ะ บางคนก็ต้องเช่าบ้าน เช่าคอนโด ห้องแถว แล้วแต่วิถีชีวิตต่างคนต่างมุมค่ะ คนที่ต้องการจะปักหลักตั้งฐานก็ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด เพราะคิดว่าดีกว่าเช่าเขาอยู่ยังไงสักวันก็ต้องเป็นของเรา..ค่ะ และถึงแม้จะมีเวลาอันน้อยนิด เราก็จะแสวงหาความสุขส่วนตัวกัน อย่างน้อยก็หลังเลิกงาน และก่อนไปทำงานก็ยังดี ตอนเย็นได้ทำกับข้าว หาอาหาร ซื้อเค้าทุกวันก็ไม่ไหวเหมือนกัน มาลองหาวิธีประหยัดรายจ่ายโดยตัวของเราเองดีไหมค่ะ...น่าจะเห็นด้วยนะค่ะ งั้นเรามาดูวิธีการประหยัดของเรากันเลยค่ะ...นั่นก็คือ การลดรายจ่ายโดยการปลูกผักสวนครัวง่ายๆ กินเอง....และสามารถทำเป็นสวนประดับหน้าบ้านได้ด้วยนะค่ะ..


ข้อดีในการปลูกผักในกระถางมีดังนี้
- ประหยัดพื้นที่ในการปลูก
- สามารถ เคลื่อนย้าย จัดวาง ปรับเปลี่ยนตำแหน่งกระถางผักได้
- สะดวกต่อการดูแลรักษา และเก็บเกี่ยวผลผลิต
- สามารถนำผักที่ปลูกในกระถางไปวางตกแต่งในสวนหย่อม หรือจัดเป็นสวนประดับได้

ขั้นตอนการปลูกผักในกระถางการเตรียมอุปกรณ์ สามารถใช้วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือน เช่น กะละมัง, กระถาง, ยางรถยนต์, ถังน้ำ ฯลฯ หากกระถางหรือภาชนะใดมีสารปนเปื้อน พวกน้ำมัน หรือพวกสารเคมีต่างๆ ให้ทำความสะอาดก่อนที่จะนำมาใช้ และให้จัดตกแต่งกระถาง หรือภาชนะที่จะนำมาใช้ปลูกผัก เช่น ตัดปาก ตัดกัน หรือทำขอบเพื่อให้กระถางคงทน และสวยงาม การเลือกกระถางปลูก ต้องเลือกให้เหมาะสมต่อผักที่จะปลูก กล่าวคือผักที่มีระบบรากลึก ควรปลูกในกระถางที่มีความลึก ผักที่มีระบบรากตื้นเหมาะกับกระถางที่มีความตื้นไม่มาก

การเลือกผักที่จะปลูก การเลือกผักที่จะปลูก่มีความสำคัญมาก นอกจากจะเลือกผักที่ปลูกให้เหมาะสมกับกระถางปลูกแล้ว ควรเลือกปลูกผักที่มีการใช้บริโภคภายในครอบครัวเป็นประจำทุกวันก่อน เพราะจะทำให้ผักที่ปลูกนั้นได้รับความสนใจ และมีการนำไปใช้ประโยชน์ได้มาก และนอกจากผักที่นิยมบริโภคภายในครอบครัวแล้วควรเลือกปลูกผักที่สมาชิกในครอบครัวชอบรับประทานด้วย เพราะจะทำให้ผักนั้นได้รับความสนใจจากสมาชิกในครอบครัวตามไปด้วย ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการเลือกผักมีความสำคัญ ไม่ควรปลูกผักที่ไม่มีผู้บริโภคเพราะจะทำให้ผักที่ปลูกนั้นไม่คุ้มค่า
การเตรียมดิน ดินที่ใช้ปลูกผักในกระถางต้องเตรียมให้ดี และเหมาะสมกับผักแต่ละชนิด การเตรียมดินสำหรับปลูกผักในกระถางสามารถทำได้เองโดยมีส่วนผสม ดังนี้
- ดินร่วน 1 ส่วน
- ทราย 1 ส่วน
- ปุ๋ยหมัก หรือปุ่ยคอก 1 ส่วน
- ขึ้เก้าแกลบ, ขุยมะพร้าว 1 ส่วน
นำทั้ง 4 ส่วน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันให้ดี ก่อนนำลงปลูก หากกระถางมีรูใหญ่จะดินรั่วออกได้ ให้นำหินหรือเศษกระเบื้องวางทับก่อน ถ้าส่วนผสมดังกล่าวไม่สามารถหาได้ อาจใช้ปุ๋ยคอกผสมใบพืชผุ ใบไผ่ผุ ผสมกับดินก็ได้ และหากไม่สะดวกที่จะผสมดินใช้เอง สามารถหาซื้อดินผสมเสร็จ ที่มีขายอยู่ทั่วไปมาใช้ก็ได้ แต่ควรดูส่วนผสมของดินให้ดี ถ้าหากมีส่วนผสมของใบก้ามปู หรือเปลือกถั่วจะเหมาะสมกว่าดิน ที่มีส่วนผสมของแกลบ หรือกาบมะพร้าว ดินที่ผสมเสร็จแล้วนำไปบรรจุในกระถางที่เตรียมปลูกผัก การบรรจุไม่ควรให้เต็มกระถาง หรือเสมอขอบ ควรเติมหลังจากปลูกผักไปแล้ว จึงจะเพิ่มดินให้อยู่ในระดับที่ต้องการ
การปลูกผักลงกระถาง ขึ้นอยู่กับชนิดของผักที่จะปลูก คือ สามารถทำได้ทั้งปลูกแบบใช้เมล็ดพันธุ์หว่าน หรือหยอดลงกระถางเลย หรือ เพราะต้นกล้าก่อนแล้วจึงนำลงปลูกในกระถาง หรือผักบางชนิดสามารถใช้วิธีปักชำลงในกระถางได้เลย
วิธีหว่านหรือหยอดเมล็ด โดยหว่างเมล็ดลงให้กระถางโดยกะระยะห่างของเมล็ด หรือหลุมที่หยอดให้เหมาะสมกับชนิดของผัก
ผักที่นิยมปลูก  โดยใช้เมล็ดได้แก่ ผักชี, ผักบุ้งจีน, ตั้งโอ๋, ขึ้นฉ่าย เป็นต้น

วิธีเพาะต้นกล้าผักก่อนปลูก นำต้นกล้าผักที่เพาะเมล็ดได้ระยะเวลาที่พอเหมาะ โดยสังเกตจากลักษณะของลำต้น และระบบรากฝอย ถ้าสมบูรณ์ก็สามารถย้ายต้นกล้าผักลงปลูกได้เลย ผักที่นิยมปลูกวิธีนี้ได้แก่ ผักคะน้า, ผักกาดขาว, ผักกาดเขียว, ผักกาดหอม, กะหล่ำปลี, ปูเล่, กะเพรา, โหระพา เป็นต้น
วิธีนำส่วนของผักมาปักชำ ผักที่สามารถนำมาลงปลูกแบบปักชำในกระถางได้เลย เช่น สะระแหน่, ชะพลู, หอมแบ่ง, ตะไคร้ ฯลฯ
การปักชำต้องดูว่าผักแต่ละชนิดใช้ส่วนใดในการปักชำได้ ผักบางชนิดมีรากลึกกระถางที่ใช้ปักชำควรมีความลึกที่เหมาะสมต่อผักด้วย หรือผักบางชนิดต้องใช้ไม้ปัก เพื่อพยุงลำต้นผักให้ตั้งตรงและป้องกันการกระทบกระเทือนเวลารดน้ำ ในช่วงแรกๆของการปักชำด้วย

การดูแลรักษาผักในกระถาง ผักที่ปลูกในกระถางสามารถทำการดูแลรักษาได้ง่าย โดยคอยรดน้ำให้ดินในกระถางในมีความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ กำจัดวัชพืช พรวนดิน และใส่ปุ๋ยหากผักมีเจริญเติบโตไม่ดี และควรเปลี่ยนดินเมื่อมีการปลูกผักในครั้งต่อไป หรือปลูกผักชนิดใหม่ในกระถางเดิม ถ้าหากที่ที่วางกระถางอยู่ผักที่ปลูกได้รับแสงไม่เพียงพอ สามารถย้ายกระถางไปวางไว้ในที่มีแสงเพียงพอได้
การเก็บเกี่ยว สำหรับผักที่ปลูกในกระถาง หากเป็นผักที่บริโภคในส่วนของใบ ให้เก็บใบล่างไปก่อน เหลือยอดบนไว้ให้เจริญต่อไป เช่น ผักกาด คะน้า ปูเล่ ถ้าเป็นผักที่ใช้ส่วนยอดอ่อนบริโภค ควรเลือกเก็บเฉพาะยอดเท่านั้น จะทำให้ผักมีการแตกยอดอ่อนเจริญเติบโตให้เราได้ใช้บริโภคอีก เช่น สะระแหน่, กะเพรา, โหระพา ฯลฯ




พืชผักสวนครัวในกระถางชนิดต่างๆ

 สะระแหน่ในกระถาง

กวางตุ้งในกระถาง 1

กวางตุ้งในกระถาง 2

กวางตุ้งในกระถาง 3

ผักบุ้งจีนในกระถาง

ตั้งโอ๋ในกระถาง

     คะน้าในกระถาง

กุ้ยช่ายขาวในกระถาง

ผักรวมในกระถาง

แครอทในกระถาง

มะเขือในกระถาง

มะนาวในกระถาง

ผักสลัดในกระถาง

พริกแฟนซีในกระถาง

มะเขือเทศในกระถาง

ส้มในกระถาง

แก้วมังกรในกระถาง

เมล่อนในกระถาง

 ผักในราวกระบอกไม้ไผ่1

 ผักในราวกระบอกไม้ไผ่2

 ผักในกระบอกไม้ไผ่

 ผักในท่อ PVC

ผักในวงล้อยางรถยนต์เก่า

เป็นไงบ้างค่ะ สำหรับการปลูกผักในกระถางสามารถทำได้เลยค่ะ และควรที่จะต้องเลือกผักที่ครอบครัวจำเป็นต้องใช้บริโภค เลือกวัสดุเหลือใช้มาใช้เป็นวัสดุปลูกผัก เรื่องของชนิดของผักกับกระถางปลูก ควรจะพิจารณาถึง การหยั่งรากตื้น ของพืชผัก พืชผักที่หยั่งรากตื้น และสามารถ ปลูกลงภาชนะ  แค่นี้ก็สามารถนำมาใช้บริโภคได้ง่ายๆแล้วล่ะค่ะ

ขอขอบคุณ: ภาพประกอบและข้อมูลดีๆจาก เวปต่างๆ รวมๆกัน

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

เมล่อน เงินล้าน

วิธีการปลูกเมล่อน
เมลอน มีชื่อเรียกอย่างอื่นอีกว่า แตงเทศ หรือ แคนตาลูป เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมบริโภคกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีรสชาติดี เนื้อนุ่ม หวานฉ่ำและมีกลิ่นหอม
สีของเนื้อผลยังมีหลากหลาย ทั้งขาว ครีม เหลือง เขียว ส้มและแสด จึงชวนให้รับประทานมายิ่งขึ้น จัดเป็นทั้งผลไม้และผัก ขึ้นกับลักษณะของการนำไปใช้บริโภค ซึ่งมีทั้งใช้บริโภคสดในรูปผลไม้ หรือใช้เป็นส่วนประกอบในสลัดผัก
นอกจากนี้ยังใช้ประกอบของหวานและเครื่องดื่มหลายชนิด อาทิเช่น ฟรุ๊ตสลัด ไอศกรีม น้ำแข้งใส และน้ำผลไม้ปั่น เป็นต้น แตงเทศ จึงมีราคาดีที่สุดในบรรดาพืชวงศ์แตงเดียวกัน

การขายแตงเทศนิยมขายกันตามน้ำหนักของผล ซึ่งมีตั้งแต่ราคากิโลกรัมละ 20 บาท ไปจนถึง กิโลกรัมละ 80 -100 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดและพันธุ์ของแตงเทศซึ่งมีอยู่มากมายหลายชนิด นอกจากนี้ยังเป็นพืชที่ใช้ระยะเวลาปลูกและเก็บเกี่ยวสั้นเมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นบางพันธุ์มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 65 วัน หลังหยอดเมล็ดเท่านั้น จึงจัดเป็นพืชที่ทำรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อย่างดีในเวลาอันรวดเร็ว ข้อเสียของแตงเทศคือมักอ่อนแอ ไม่ค่อยทนทานต่อโรคและแมลงและสภาพอากาศที่ร้อนจัด หนาวจัด หรือมีฝนตกชุกเกินไป การปลูกแตงเทศให้ได้ผลดี ประการแรก จึงควรเลือกชนิดและพันธุ์ของแตงเทศที่มีอยู่มากมายให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่และฤดูกาลที่จะปลูก ชนิดและพันธุ์ แตงเทศเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในต่างประเทศ ในแถบทวีปแอฟริกา นำเข้ามาปลูกในประเทศไทยนานแล้ว เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์แตง และ

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

วันประกาศผลการสอบซ่อม มสธ.1/2554

วันประกาศผลการสอบซ่อม มสธ.
ภาคการศึกษาที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔


ชุดวิชา STOU-EPT    ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๕ 
ชุดวิชาที่ใช้ข้อสอบปรนัย ๑๙ เมษายน ๒๕๕๕
ชุดวิชาที่ใช้ข้อสอบอัตนัยและหรือข้อสอบปรนัย ๒๕ เมษายน ๒๕๕๕

ชุดวิชาในโครงการสัมฤทธิบัตร ๒๗ เมษายน ๒๕๕๕
ชุดวิชาประสบการณ์วิชาชีพและชุดวิชาฝึกปฏิบัติเสริมทักษะ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕

เช็คผลสอบซ่อมประกาศผลสอบแล้ว ตามลิ้งของมหาลัยค่ะ

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

การปลูกมะพร้าวน้ำหอม

ปลูกมะพร้าวน้ำหอมอย่างไรจึงได้คุณภาพ
1) มะพร้าวน้ำหอมมีอยู่ 3 ชนิด
1.1 พันธุ์ก้นจีบลูกใหญ่ เป็นที่นิยมและต้องการในตลาดบ้านเรา และตลาดต่างประเทศ พันธุ์ก้นจีบลูกใหญ่ส่วนมากจะปลูกในเขต อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
1.2 พันธุ์ก้นจีบลูกเล็ก ค่อนข้างยาวจะปลูกกันมากในเขต อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ความต้องการของตลาดขายผลอ่อน น้อยมากส่วนใหญ่จะเป็นมะพร้าวเผาออกสู่ตลาดเพราะมีผลเล็ก
1.3 พันธุ์ลูกกลมน้ำหอม พันธุ์นี้ตลาดแทบไม่ต้องการเพราะเวลาปอกเปลือกขายที่ด้านก้นจะร้าวและแตกง่ายทำให้เสียหายในเวลาขนส่ง

2 ) การปลูกมะพร้าวน้ำหอม
เป็นพืชที่ปลูกง่ายเมื่อเราได้พันธุ์มาแล้วควรคัดความสูงของต้นหน่อพันธุ์ให้สม่ำเสมอ โดยความสูงของต้นพันธุ์เฉลี่ยแล้วไม่ควรต่ำกว่า 50 ซม. เมื่อเตรียมดินเสร็จเรียบร้อยแล้วขุดหลุมลึก 50 x 50 x 50 ซม. ห่างกันต้นละ 7 ม. ถ้าเป็นร่องสวนให้ปลูกสองแถวสลับฟันปลา ถ้าเป็นพื้นที่ราบให้ปลูกเรียงแถว โดยห่างแถวละ 7 ม. ทุกทิศทาง พรวน

วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555

“ข้าวนาปู” ข้าวออร์แกนิกส์ที่บูมที่สุดในหนิงเซี่ย

“ข้าวนาปู” ข้าวออร์แกนิกส์ที่บูมที่สุดในหนิงเซี่ย
ยุคนี้กระแสการบริโภคอาหารชีวภาพกำลังมาแรงทั้งในตลาดตะวันตก ยุโรปและอเมริกา ไม่เว้นแม้แต่จีน เนื่องจากจีนมีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและมีเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมากทุกปี ผู้บริโภคจีนหันมานิยมสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น นอกจากจะได้สินค้าที่ดีต่อตนเองแล้วยังรักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่าข้าวออร์แกนิกส์หรือข้าวอินทรีย์กันมาบ้าง ข้าวออร์แกนิกส์หรือข้าวอินทรีย์ก็คือ การปลูกข้าวที่ปลอดจากสารเคมีทุกขั้นตอน ไม่ใส่ปุ๋ยเคมียกเว้นปุ๋ยชีวภาพ จนถึงการควบคุมโรคแมลงด้วยวิธีพิเศษ แล้วคุณเคยได้ยินคำว่า “ข้าวนาปู” หรือไม่ ?? ข้าวนาปูมีชื่อภาษาจีนว่า ข้าวเซี่ยเถียน (蟹田米) ก็คือการปลูกข้าวควบคู่ไปพร้อม ๆ กับการเลี้ยงปูน้ำจืดนั่นเอง แต่หลายคนคงงง เพราะส่วนใหญ่เราเคยได้ยินแต่การกำจัด

วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปลูกหญ้าเนเปียร์ อาหารสัตว์

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆและผู้ที่แวะมาบล็อกของเรา วันนี้มีข้อมูลสำหรับผู้สนใจจะปลูกหญ้าเพื่อไปเป็นอาหารสัตว์ค่ะ เป็นหญ้าพันธุ์เนเปียปากช่อง 1 ค่ะ ผู้ที่มีฟาร์มโคนม ก็ปลูกไว้เป็นอาหารเสริมของโคนมกันค่ะ รวมทั้งการทำหญ้าหมักกันด้วยนะค่ะ
หญ้าเนเปียร์ (Pennisetum purpureum)เป็นหญ้าที่มีอายุหลายปี สายพันธุ์ที่นิยมปลูก คือ หญ้าเนเปียร์แคระ (P. purpureum. Cr. Mott.) หญ้าเนเปียร์ (ธรรมดา) และหญ้าเนเปียร์ลูกผสม (P. Purpureum x P. americanum) ซึ่งมี 2 สายพันธุ์ คือ หญ้าเนเปียร์ยักษ์ และหญ้าบาน่า หญ้าเนเปียร์แคระสูง 1- 2 เมตร แตกกอดี ใบมาก ส่วนหญ้าเนเปียร์ธรรมดา และเนเปียร์ลูกผสมสูง 3- 4 เมตร ทุกสายพันธุ์เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เหมาะสำหรับปลูกในเขตชลประทาน ผลผลิตน้ำหนักแห้ง 3-4 ตันต่อไร่ต่อปีโปรตีน 8–10 เปอร์เซ็นต์ การเตรียมดิน ไถพรวน 2 ถึง 3 ครั้ง ย่อยดินให้มีขนาดเล็กและร่วนซุยการปลูก ปลูกได้ด้วยท่อนพันธุ์ ระยะปลูก 75x75 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 2 ท่อน ให้ข้ออยู่ใต้ดินลึก 1- 2 นิ้ว ในพื้นที่ 1 ไร่ ใช้ท่อนพันธุ์ 300- 500 กิโลกรัม

เนเปียร์ปากช่อง 1 หญ้าอาหารสัตว์
หญ้าพันธุ์นี้เป็นพืชอาหารสัตว์สายพันธุ์ใหม่ ที่มีคุณสมบัติดีเด่น ทั้งด้านผลผลิตและความเหมาะสมในการใช้เป็นพืชลดมลภาวะน้ำเสียจากอุตสาหกรรม เมื่อมีการศึกษา วิจัย ขยายพันธุ์และใช้ประโยชน์ทั้งในหน่วยงานรัฐ เอกชน ฟาร์มเกษตรกร ตลอดจนทดลองแปรรูป ปรับปรุงสภาพ และใช้เลี้ยงสัตว์ ทั้งโคเนื้อ และโคนม ทั้งในรูปของหญ้าสด และหญ้าหมัก จนได้ผลยืนยันแล้ว กรมปศุสัตว์มีความมั่นใจว่าเป็นพืชอาหารสัตว์ที่มีศักยภาพสูง
หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เป็นหญ้าลูกผสมเนเปียร์สายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งเกิดจากการคัดเลือก ปรับปรุงพันธุ์จากสถาบันวิจัยทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศหญ้าชนิดนี้ มีการเจริญเติบโตเร็ว ผลผลิตสูง ตอบสนองต่อการให้น้ำและ